(https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/patrangsit-Ophthalmology-jan26.jpg)
เมื่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 กลับมาวิกฤตอีกครั้ง ความกังวลส่วนใหญ่มักพุ่งไปที่ระบบทางเดินหายใจและโรคปอด ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เนื่องจากผลกระทบนั้นรุนแรงและชัดเจน อย่างไรก็ตาม อวัยวะอีกส่วนหนึ่งที่เปราะบางและต้องเผชิญหน้ากับมลพิษเหล่านี้โดยตรงอย่างเลี่ยงไม่ได้ก็คือ "ดวงตา" ของเรานั่นเอง การมองข้ามการปกป้องดวงตาในวันที่ค่าฝุ่นพุ่งสูง อาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพตาที่เรื้อรังและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว แตกต่างจากปอดที่มีขนจมูกและระบบเมือกช่วยกรองฝุ่นในระดับหนึ่ง ดวงตาของเราเป็นอวัยวะเปิดที่มีเนื้อเยื่ออ่อนและเปียกชื้น เมื่อเราก้าวเท้าออกจากบ้านในวันที่อากาศขุ่นมัว ฝุ่นละอองขนาดจิ๋วที่ลอยอยู่ในอากาศจะสัมผัสกับผิวลูกตาและเยื่อบุตาโดยทันที ฝุ่นเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ดินหรือทราย แต่ยังประกอบไปด้วยโลหะหนัก สารเคมี และมลพิษจากการเผาไหม้ ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคืองสูงและสามารถทำลายฟิล์มน้ำตาที่เคลือบปกป้องดวงตาของเราได้
ผลกระทบที่พบบ่อยที่สุดคือ "อาการตาแห้ง" และ "เยื่อบุตาอักเสบ" ผู้ที่สัมผัสฝุ่นปริมาณมากมักจะมีอาการเคืองตา รู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายอยู่ในตา ตาแดง น้ำตาไหล และคันตาอย่างรุนแรง สำหรับผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ทางตาอยู่เดิม ฝุ่นเหล่านี้จะเข้าไปกระตุ้นให้อาการกำเริบหนักขึ้น จนอาจเกิดการอักเสบของกระจกตาได้ เราควรไปพบจักษุแพทย์ที่ คลินิก รักษา ตา (https://www.patrangsit.com/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B8/) นอกจากนี้ งานวิจัยในปัจจุบันยังเริ่มชี้ให้เห็นว่าการสัมผัสมลพิษทางอากาศในระยะยาวอาจมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคจอประสาทตาเสื่อมและต้อกระจก เนื่องจากสารอนุมูลอิสระในฝุ่นที่เข้าไปสะสมและทำลายเซลล์ดวงตา กลุ่มคนที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ เพราะตัวเลนส์สามารถกลายเป็นที่สะสมของฝุ่นละออง ทำให้ฝุ่นติดค้างอยู่บนผิวลูกตานานขึ้น เพิ่มโอกาสในการติดเชื้อและเกิดแผลที่กระจกตา นอกจากนี้ เด็กและผู้สูงอายุที่มีระบบภูมิคุ้มกันหรือการผลิตน้ำตาที่ไม่สมบูรณ์ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการระคายเคืองได้ง่ายกว่าคนทั่วไป รวมถึงพนักงานที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น พี่วินมอเตอร์ไซค์ หรือตำรวจจราจร ที่ต้องปะทะกับลมและฝุ่นตลอดทั้งวัน การป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดการสัมผัส ในวันที่ค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน หากจำเป็นต้องออกไปกลางแจ้ง ควรเปลี่ยนจากการใส่คอนแทคเลนส์มาสวมแว่นตาแทน ซึ่งแว่นตาที่มีกรอบใหญ่หรือแว่นกันแดดจะช่วยทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกในการกันลมและฝุ่นได้ระดับหนึ่ง หลังจากกลับเข้าที่ร่ม ควรใช้น้ำตาเทียม (โดยเฉพาะชนิดที่ไม่มีสารกันเสีย) เพื่อช่วยชะล้างฝุ่นละอองออกจากผิวตา และที่สำคัญที่สุดคือ "ห้ามขยี้ตา" เพราะการขยี้ตาในขณะที่มีฝุ่นติดอยู่จะทำให้ฝุ่นเสียดสีกับกระจกตาจนเกิดรอยถลอกหรือแผลได้